8 ภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ช่วงครึ่งหลัง

ในการตั้งครรภ์ช่วง 4 เดือนหลัง มีภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้ถึง 8 อาการด้วยกัน จะมีอาการอะไรบ้าง วันนี้เพจเจ้าตัวเล็กจะมาชวนคุยเรื่องนี้กันค่ะ

คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ยิ่งมีอายุครรภ์มากขึ้น ยิ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิต นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อตัวคุณแม่และเจ้าตัวเล็กด้วย จะมีภาวะแทรกซ้อนอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนที่ 5-8 บ้าง มาดูพร้อมกันเลยค่ะ

 

1) ครรภ์เป็นพิษ ทำให้คุณแม่มีความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และมีโปรตีนในปัสสาวะ มักเกิดขึ้นหลังสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์ ไปจนถึงช่วงหลังจากคลอดเจ้าตัวเล็กออกมาได้ไม่นาน

2) เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอต่อการควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปกติขณะตั้งครรภ์ ส่งผลให้คุณแม่กระหายน้ำมาก ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย เมื่อยล้า คลื่นไส้ สายตาพร่ามัว สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานขณะตั้งครรภ์สูง คือคุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวเกิน มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือเคยคลอดทารกที่มีน้ำหนักตัวแรกเกิดมากกว่า 4 กิโลกรัม

3) น้ำเดินก่อนกำหนด หากมีอาการน้ำเดินก่อนกำหนดหรือก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ อาจทำให้รกลอกตัวก่อนกำหนด ทำให้เกิดปัญหากับสายสะดือ เกิดการติดเชื้อทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กในทัอง ถึงขั้นที่อาจทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนดได้ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดน้ำเดินก่อนกำหนด คือคุณแม่ที่เคยน้ำเดินก่อนกำหนดในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน เกิดการติดเชื้อในครรภ์ มีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์ รวมไปถึงคุณแม่ที่สูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติด มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือมีปากมดลูกสั้น

4) ลูกดิ้นน้อย โดยทั่วไปเจ้าตัวเล็กในท้องจะดิ้นหรือเตะประมาณ 10 ครั้งหรือมากกว่านั้นใน 2 ชั่วโมง แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กดิ้นน้อยกว่านั้นโดยเฉพาะในช่วงหลังสัปดาห์ที่ 24 ของการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณอันตรายจากความผิดปกติของรกหรือหลอดเลือด นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ปัญหาสุขภาพของตัวคุณแม่เองอย่างครรภ์เป็นพิษ โรคเบาหวาน หรือโรคอ้วน ปัญหาของสายสะดือ เกิดการติดเชื้อ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อย่างหนักระหว่างตั้งครรภ์ด้วย

5) รกเกาะต่ำ เกิดขึ้นได้ในช่วงระหว่างปลายไตรมาสที่ 2 ถึงต้นไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ โดยอาจมีสาเหตุมาจากตำแหน่งของทารกในครรภ์ที่ผิดปกติ มีแผลที่ผนังมดลูก มีทารกในครรภ์มากกว่า 1 คน ตั้งครรภ์เป็นครั้งที่ 2 ขึ้นไป มดลูกมีขนาดใหญ่หรือมีรูปร่างผิดปกติ รวมไปถึงการที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือมีพฤติกรรมสูบบุหรี่

6) รกลอกตัวก่อนกำหนด มักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนคลอดประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทำให้คุณแม่มีอาการปวดท้องมาก แน่นท้อง ปวดหลัง มดลูกบีบตัว บางรายอาจมีเลือดออกมากทางช่องคลอด ซึ่งส่งผลทั้งกับตัวคุณแม่เองและเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย

7) คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นเมื่อมดลูกบีบตัวจนทำให้ปากมดลูกเปิดในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ โดยจะมีอาการมดลูกบีบตัวทุก ๆ 10 นาที หรือมีความถี่มากกว่านั้น ปวดหลังช่วงล่างหรือบริเวณเอวต่อเนื่องหรือเป็นแล้วหายแม้จะเปลี่ยนอิริยาบถ รวมทั้งมีอาการปวดเกร็งบริเวณท้องช่วงล่าง มีของเหลวไหลออกมาจากช่องคลอดหรือน้ำคร่ำแตก และรู้สึกได้ถึงความดันที่เพิ่มขึ้นบริเวณเชิงกราน หรือมีเลือดออกจากช่องคลอด

8) ตั้งครรภ์เกินกำหนด มนคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 41 เป็นต้นไปจะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์เกินกำหนด ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เสี่ยงเกิดการติดเชื้อ คลอดยากหรือบางรายอาจต้องผ่าคลอด มีเลือดออกมากหลังคลอด และอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย

 

Tag : #jaotourlek #child #baby #children #เจ้าตัวเล็ก #เลี้ยงเด็ก #parents #คุณพ่อคุณแม่ #พ่อ #แม่ #พ่อแม่ #ลูก #เด็ก #คนท้อง #ตั้งครรภ์ #คุณแม่ #มือใหม่ #แม่ #วันแม่